​4 วิธีต่อยอดทางธุรกิจให้ยั่งยืน

UploadImage

เป็นธรรมชาติของการทำธุรกิจซึ่งเมื่อธุรกิจดำเนินกิจการมาได้ระยะหนึ่งหลังจากที่ผ่านจุดสูงสุดของธุรกิจแล้ว ก็จะมาถึงในระยะทรงตัวของธุรกิจ เมื่อเริ่มเข้าสู่ระยะ นี้ เจ้าของธุรกิจต้องเริ่มปรับกลยุทธ์วางแผนทิศทางของธุรกิจคุณแล้วว่าจะดำเนินธุรกิจต่อไปในทางไหน ซึ่งโดยส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินหน้าต่อ โดยจุดหมายปลายทางของผู้ประกอบการทุกคนคงอยากจะเห็นธุรกิจเจริญก้าวหน้าสืบต่อไปจึงถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน การต่อยอดธุรกิจเปรียบเสมือนสูตรสำเร็จที่จะช่วยให้การทำธุรกิจเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการสมควรจะต้องเรียนรู้และหาแนวทางการต่อยอดธุรกิจที่เหมาะสมและสอดคล้องให้กับธุรกิจตนมากที่สุด อันจะส่งผลถึงการประสบความสำเร็จ โดยแนวทางและวิธีการต่อยอดธุรกิจอย่างยั่งยืนมีดังต่อไปนี้ 

1. สร้างสินค้าใหม่รองรับผลิตภัฒฑ์หลัก 

วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและสามารถดำเนินการได้โดยทันที เริ่มจากการพิจารณาผลิตภัฒฑ์หลักก่อนว่าคืออะไร เกี่ยวข้องกับอะไรจากนั้นก็จับคู่ให้กับมัน โดยผลิตภัณฑ์ตัวใหม่จะสอดรับกับผลิตภัฒฑ์หลักสามารถไปกันได้อย่างลงตัว ช่วยสินค้าเดิมช่วยส่งเสริมสินค้าใหม่ได้อย่างลงตัวและที่สำคัญต้องไม่เป็นคู่แข่งกันเองในตลาดด้วย ยกตัวอย่างเช่น สินค้าเดิมคือ “นมสด” ผู้ประกอบการอาจต่อยอดธุรกิจเป็น “ช็อคโกแลต” ที่มีส่วนผสมหลักคือนมสดนั่นเอง 

2. สร้างสินค้าใหม่โดยต่อยอดจากคุณสมบัติของสินค้าเดิม 

วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมกันมากในปัจจุบัน เนื่องจากไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติมเมื่อปรียบเทียบกับวิธีอื่น วิธีการก็คือนำสินค้าที่มีอยู่เดิมมาพัฒนาต่อยอดแนวคิดและสูตรต่างๆ ให้เป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ เมื่อเปรียบเทียบกับแบบอื่นการต่อยอดทางธุรกิจวิธีนี้จะประหยัดงบประมาณการลงทุน ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น บริษัท ผลิตแชมพู สินค้ามีคุณสมบัติบำรุงรักษาเส้นผม ให้สวยเงางาม ผู้ประกอบการก็อาจจะต่อยอดทางธุรกิจด้วยการคิดสูตรส่วนผสมใหม่ๆ แต่ยังคงคุณสมบัติเดิมนั่นคือ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม เช่น ยาสระผมสูตรสมุนไพรต่างๆ ที่มีสรรพคุณดูแลรักษาเส้นผมให้สลวย เงางามได้เช่นกัน 

3. นำความต้องการของตลาดมาต่อยอด 

ในกลไลของระบบตลาดมักมีข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลในจุดนี้มาใช้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเอง ด้วยความต้องการของตลาดมีการเปลี่ยนแปลงและไม่เคยหยุดนิ่ง การต่อยอดด้วยวิธีนี้จึงทำได้บ่อยครั้งสม่ำเสมอ จุดสำคัญที่ต้องทำการนั่นคือผู้ประกอบการต้องทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนในข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ รวมถึงการวางแผนเชิงธุรกิจที่ต้องมีประสิทธิภาพเนื่องจาก ความต้องการของผู้บริโภคมีอย่างกว้างขวางและไม่เคยหยุดนิ่งนั่นเอง ข้อมูลบางช่วงอาจเป็นเพียงกระแส ไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริง ซึ่งผู้ประกอบการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ วิธีนี้ก็เปรียบเสมือนการสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมาเลยโดยอาศัยความต้องการของตลาดเป็นตัวตั้ง แต่ถ้าหากผู้ประกอบการจับหลักได้ถูกก็ประสบความสำเร็จอย่างไม่คาดคิด ยกตัวอย่างเช่น ตลาดชาเขียวของประเทศไทย ที่โตอย่างไม่น่าเชื่อ ผู้ประกอบการแทบทุกรายมียอดขายที่น่าพอใจ 

4. นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ 

แล้วก็มาถึงวิธีต่อยอดทางธุรกิจแบบสุดท้าย นั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ทั้งแนวคิดหรือกลุ่มเป้าหมาย การต่อยอดด้วยวิธีนี้ถือว่าค่อนข้างเสี่ยง เพราะเป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้น ต้องอาศัยสติปัญญาความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ หรือในบางครั้งอาจจะต้องอาศัยโชคของผู้ประกอบการเข้าช่วย เพราะเป็นการต่อยอดทางธุรกิจที่เริ่มต้นจากศูนย์นั่นเอง อาจจะต้องลงทุน ลงแรงมากหน่อยในการสร้างสรรค์สินค้าหรือบริการให้ตรงใจกับผู้บริโภค แต่ก็มีจุดเด่นอยู่ตรงที่ เมื่อเป็นของสิ่งใหม่ จึงไม่ยากที่จะสร้างความตื่นตัวให้กับผู้บริโภค ยิ่งในปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่อยากอินเทรนกันมากขึ้น หากสินค้าของคุณมีจุดขาย บวกกับมีคุณสมบัติที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ จึงไม่ใช่เริ่องยากที่จะประสบความสำเร็จได้ 

แนวทางการต่อยอดที่นำเสนอออกมาทั้ง 4 แบบเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นพื้นฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งรูปแบบไหนจะประสบความสำเร็จมากน้อยกว่ากันนั้น คงไม่อาจจะชี้ชัดลงไปได้ เนื่องจากปัจจัยที่จะส่งผลให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้นั้นต้องมีหลายองค์ประกอบรวมเข้าด้วยกัน แต่สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามไม่ว่าคุณจะเลือกต่อยอดทางธุรกิจด้วยวิธีใดก็ตาม นั่นคือ ต้องอยู่บนความไม่ประมาทเสมอ คิดไตร่ตรอง วางแผนให้รอบคอบ รับรองได้ว่าธุรกิจของคุณจะยั่งยืนอย่างแน่นอน

บริการที่แนะนำ