ปี58จ่อออกหุ้นกู้5หมื่นล้าน

UploadImage

            สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เผยปีนี้เอกชนจ่อออกหุ้นกู้อีก 5.2-5.4 หมื่นล้านบาท หลังปีที่ผ่านมาทำสถิติออกขายมากสุดถึง 5.5 แสนล้านบาทเหตุดอกเบี้ยต่ำ ระบุต่างชาติทยอยกลับเข้าลงทุนแล้วกว่า 4.3 หมื่นล้านบาท หลังคสช.บริหารประเทศ แต่ยอดขายออกยังมากกว่า ส่งผลให้ทั้งปีต่างชาติถือครองตราสารหนี้ไทยติดลบ 3.7% ส่วนปีนี้เชื่อเฟดลดดอกเบี้ยไม่กระทบเงินไหลออก ขณะที่ดอกเบี้ยไทยอาจขึ้นช่วงครึ่งหลังของปี จากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง

            นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ตลาดตราสารหนี้ไทยในปี 2557 ที่ผ่านมา มีมูลค่าคงค้าง (Outstanding)อยู่ที่ 9.92 ล้านล้านบาท เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการซื้อขายในตลาดรองอยู่ที่ประมาณวันละ 77000 ล้านบาท โดยสัดส่วนการซื้อขายตราสารหนี้เป็นกลุ่ม บลจ.ที่มีการซื้อขายสูงสุดถึง 61%ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อขายเป็นอันดับที่ 2 ประมาณ 13%
        ทั้งนี้ การออกหุ้นกู้ระยะยาวภาคเอกชนในปี 2557 สูงสุดถึง 553,940 ล้านบาท โดยมีผู้ออกหุ้นกู้รายใหม่ถึง 24 บริษัท รวมกับผู้ออกรายเดิมทำให้มีจำนวนผู้ออกหุ้นกู้ระยะยาวรวมสูงสุดถึง 88 บริษัท แสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวของภาคเอกชนในการใช้โอกาสระดมทุนและปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงินในจังหวะที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดอยู่ในระดับต่ำ
        โดยมูลค่าคงค้างของตราสารหนี้ระยะยาวภาคเอกชนเติบโตขึ้นร้อยละ 10.5 จากการที่ภาคเอกชนระดมทุนผ่านการออกตราสารหนี้ระยะยาว (หุ้นกู้) สูงถึง 553,940 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 32 จากปี 2557 ส่วนตราสารหนี้ระยะสั้นมีมูลค่าคงค้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 จาก 290,444 ล้านบาทเป็น 371,572 ล้านบาท โดยมียอดการออกรวม 1.16 ล้านล้านบาท เป็นบริษัทผู้ออกรายใหม่สูงถึง 56 บริษัทเมื่อเทียบกับ 21 บริษัทในปีที่แล้ว
        "ในปีที่ผ่านมาภาคเอกชนกลับระดมทุนผ่านการออกตราสารหนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในจังหวะที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ โดยคาดว่าในปี 2558 จะมีมูลค่าการออกหุ้นกู้ของเอกชนอีกประมาณ 520,000 – 540,000 ล้านบาท"
        นายธาดา กล่วาอีกว่า สถิติการลงทุนของต่างชาติในปีที่ผ่านมาพบว่า เงินทุนไหลออกต่างชาติ ในปี 2557 สุทธิเท่ากับ 26,200 ล้านบาท เนื่องจากปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายปี 2556 และความกังวลเกี่ยวกับมาตรการ QE ซึ่งส่งผลให้ในช่วง 5 เดือนแรกของปีมีกระแสเงินต่างชาติไหลออกถึง 69,900 ล้านบาท เป็นการไหลออกในตราสารหนี้ระยะสั้น 29,200 ล้านและตราสารหนี้ระยะยาว 40,708 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในช่วง7 เดือนหลังของปี มิ.ย. – ธ.ค. มียอดเงินไหลเข้ากว่า 43,700 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ปรับตัวดีขึ้นหลัง คสช.ประกาศแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
        ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2557 นักลงทุนต่างชาติถือครองตราสารหนี้ไทยรวมมูลค่า 683,215 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยประมาณร้อยละ 3.7 จาก 707,900 ล้านบาทในปี 2556
        **เชื่อUSขึ้นดบ.เงินไม่ไหลออก**
        นายธาดา กล่าวว่า การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง การส่งออกที่ชะลอตัว และการบริโภคที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งไม่เป็นปัจจัยกดดันให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันผลตอบแทนของอัตราดอกเบี้ยไทยยังเท่ากับประเทศเพื่อนบ้าน
        ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯไม่น่าจะกระทบต่อเงินทุนที่จะไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยนัก เพราะการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯจะปรับขึ้นไปอย่างช้าๆ ส่วนอัตราดอกเบี้ยระยะยาวมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอย่างเร็วที่สุดในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2558 เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศกลุ่มยูโรโซน และญี่ปุ่น ยังฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ในขณะที่จีนได้มีการปรับทิศทางของนโยบายการเงินและเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มฟื้นตัว
        นอกจากนี้ยังกล่าวถึงบทบาทของสมาคมตลาดตราสารหนี้ว่า ทางสมาคมได้เสนอต่อสภาตลาดทุน ในเรื่องการเป็นตัวกลางในการให้ความรู้แก่นักลงทุนในตลาดทุนไม่เพียงแต่การลงทุนในตราสารหนี้เท่านั่น และได้เสนอให้มีการออกตราสารหนี้เพื่อระดมทุนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะเป็นตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงและไม่เกิดหนี้สาธารณะซึ่งได้มีการให้ความรู้ผ่านบางบริษัทไปบ้างแล้ว 

บริการที่แนะนำ